Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

ตรงชายแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมันนีนี้มีแม่น้ำ Rhine เป็นเส้นแบ่งเขตแดน เมืองเล็กเมืองน้อยริมแม่น้ำนี้ของทั้งฝั่งสวิตฯและเยอรมนีมีน่ารักอยู่หลายแห่ง และหลายแห่งยังมีสะพานให้เดินข้ามไปมาระหว่างสองเมืองน่ารักในสองประเทศได้ด้วย และฉันก็บังเอิญได้ไปค้นพบเมืองเล็กริมแม่น้ำไรน์ทางฝั่งของเยอรมนีอีกเมืองหนึ่งที่ชื่อว่า Bad Säckingen

Bratislava เมืองหลวงของประเทศ Slovakia ในปัจจุบัน มีเพื่อนชาวสโลวักเคยบอกฉันว่า มันเป็นเมืองหลวงที่เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ!

วันนี้เป็นวันแห่งการเดินข้ามสะพานแขวนและ Hiking! วันแห่ง Adventure ที่แท้จริง เรามีแผนเดินบนเขาวันนี้เป็นเวลา 4 ชั่วโมง แต่ก่อนจะเริ่มเดินต้องข้ามสะพานแขวนแห่งแรก คือ Hussaini Suspension Bridge เสียก่อน เพราะเราจะต้องไปเดินอีกฝั่งของแม่น้ำ Hunza สะพานแขวนแห่งนี้มีความยาวถึง 250 เมตร พื้นเป็นแผ่นไม้กระดานวางบนลวดสลิง โดยไม่ได้วางชิดกัน แต่ละแผ่นเว้นห่างๆ มองทะลุลงไปเห็นแม่น้ำข้างล่างอยู่ลิบลิ่วเหมือนแกล้งให้หวาดเสียวเล่นอย่างนั้นแหละ แถมยังแกว่งโยนอีก ฉันต้องจับลวดที่ราวไว้แน่นแล้วเดินไปทีละแผ่นๆ อย่างตั้งใจมากๆ

“เสี่ยวเอ้อ  ขอน้ำชาหนึ่งจอก  ข้าเดินทางทางมาไกลหลายพันลี้  เหนื่อยเหลือเกิน” “ขอรับท่านจอมยุทธ”  “ท่านจอมยุทธ  ระวังข้างหลัง”.... เช้ง  โช้งเช้ง เช้ง ภาพในจินตนาการของจอมยุทธผมยาวต่อสู้กันแล้วกระโดดตัวเบาไปตามหลังคาเก๋งจีน  คือสิ่งเดียวเท่านั้นที่ขาดไปจากภาพเมืองเก่าลี่เจียงที่อยู่ตรงหน้า  ส่วนสิ่งที่เกินมา  ก็คือบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินตามกันเป็นสายเลือกซื้อของตามร้านรวงสองฝั่ง  จนแน่นถนนแคบๆที่ปูด้วยหินโบราณอายุ 800 กว่าปี

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

Warsaw อันออกเสียงแบบภาษาอังกฤษว่า “วอร์ซอ” แต่ฝรั่งยุโรปมักจะออกเสียงว่า ”วาร์เชา“ นี้เป็นเมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ นับว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการปกครองที่สำคัญเมืองหนึ่งในยุโรปทีเดียว ใครที่ไม่เคยมาอาจจะนึกว่าเมืองวาร์เชานี้น่าจะล้าหลังกว่าเมืองหลวงอื่นของยุโรปตะวันตก แต่จริงๆ แล้วไม่เลย

ปี 1988 ระหว่างปิดเทอมมหาวิทยาลัยปีหนึ่งขึ้นปีสอง ฉันได้ไปเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนที่เมืองออกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษ ช่วงวัยรุ่นฉันฟังเพลงฝรั่งเยอะมากและติดตามเอาจริงเอาจัง ยุค 80s คือยุคที่เพลงป็อปเบ่งบานและสวยงามอย่างไม่มียุคใดเหมือน โดยเฉพาะป๊อปฝั่งอังกฤษนั้นเฟื่องฟูเสนาะหูอย่างที่สุด การที่ได้ไปอยู่อังกฤษในช่วงกลางศตวรรษ 80s นั้นจึงเป็นความสุขและเป็นโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของฉัน ที่ได้ซึมซับดนตรีคุณภาพและเป็นพื้นฐานที่ติดตัวมาตลอด และโชคสองชั้นที่ได้มาในฤดูร้อนปี 1988 นั้นก็คือการได้ไปชมคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้จนทุกวันนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

โรงแรมที่ฉันพักเมื่อคืนน่าจะเป็นโรงแรมที่ประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยนอนมาเลยทีเดียว ชื่อของโรงแรมคือ Null Stern Hotel แปลเป็นไทยว่า โรงแรมที่มีศูนย์ดาว หรือโรงแรมที่ไม่มีดาว เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีผนัง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเพดาน มีแต่เตียงตั้งอยู่กลางแจ้งโล่งๆโดดเดี่ยว ถ้าจะให้คะแนนเป็นดาวกันก็คงเป็นศูนย์แน่นอน แต่เป็นเตียงที่นอนแล้วรับรองได้ว่าเห็นดาวเป็นล้านดวงเลย

วันหนึ่งในฤดูร้อนฉันเกิดอยากเดินเขาแบบขอวิวสวยมากๆ เอาแบบมีทะเลสาบและมีต้นไม้หนาๆด้วยจะได้ไม่ร้อน แต่ขอไม่ไกลบ้าน และต้องเป็นที่ที่ยังไม่เคยไปด้วย พอเปรยๆเงื่อนไขความต้องการแบบไม่คาดหวังว่าจะเป็นไปได้ คุณสามีก็คว้าโทรศัพท์มาจิ้มๆแล้วบอกว่า จะพาไปเดินเขาเลียบทะเลสาบ Walensee เช็คอากาศแล้ว เสาร์อาทิตย์แดดจ้าฟ้าสว่าง ขับรถไปจากบ้านครึ่งชั่วโมงนิดๆเท่านั้น รับรองทุกอย่างตรงตามที่คุณขอมา ยกเว้นแต่ว่า...เดินโหดนิดนะ ใส่รองเท้าเดินเขาแบบหุ้มข้อดีๆไป และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเดิน 3-4 ชั่วโมง

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย