Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

มาธุระลอนดอนครั้งนี้จึงตั้งใจว่าจะเก็บเวลาไว้หนึ่งวันเต็ม เพื่อไปชม Cotswolds ชานเมืองอังกฤษที่มีเมืองน่ารักๆขึ้นชื่อหลายเมือง และยังอยู่ไม่ไกลลอนดอนเลย สามารถขับรถเที่ยวได้ในวันเดียว จึงจัดการจองรถเช่าและวางแผนเส้นทางการขับรถโดยทันใด และนี่คือเมืองเล็กน่ารักตามเส้นทางการสำรวจแบบจบในหนึ่งวันที่ Cotswolds

Glorenza หรือ Glurns ในภาษาเยอรมันเป็นเมืองเล็กๆหรืออันที่จริงน่าจะเป็นเพียงแค่ตำบลมากกว่า เพราะมีขนาดจิ๋วเพียงแค่ 13 ตารางกิโลเมตรและมีพลเมืองอยู่ไม่ถึง 900 คนเท่านั้นเอง ตั้งอยู่ในจังหวัด South Tyrol ของเขต Trentino-Alto Adige ประเทศอิตาลี และอยู่ติดกับชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ เรียกว่าไกลปืนเที่ยงมากๆและไม่น่าจะมีคนเคยได้ยินชื่อเมืองนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครได้แวะไปแล้วจะตกใจในความน่ารักทีเดียว

กลิ่นซิการ์มวนโตที่กรุ่นอวลอยู่ในไออากาศทุกตรอกซอกถนน  โมฮิโต้ ไดคิริ และคิวบันลิเบร้ที่หวานลิ้นด้วยรัมบนเคาน์เตอร์ในบาร์ทุกหัวมุมตึก จังหวะซาลซ่าที่ชวนให้ขยับแข้งขาตามก้องกังวานอยู่ทุกก้าวทุกเวลาที่ย่างผ่านไป  รถอเมริกันคันโตยุคปี 50’s แล่นผ่านตึกโคโลเนียลสีหวานที่กะเทาะกร่อนในเขตเมืองเก่า Habana Vieja  เหมือนฉากคลาสสิกของอดีตที่ถูกจัดแต่งขึ้นในโรงถ่ายภาพยนต์  หากแต่นี่คือบรรยากาศและลมหายใจในความจริงของคิวบาปี 2010  ที่หยุดเวลาไว้ในเช่นนี้มาตลอดเวลา 50 ปีไม่ว่าโลกภายนอกจะเปลี่ยนไปเช่นไร  ประหนึ่งดังว่า  ฮาวาน่าถูกแช่แข็งเก็บไว้ในห้วงของกาลเวลา

Caracol ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูนักท่องเที่ยวบ้านเรานัก แต่มันคืออาณาจักรโบราณของอารยธรรมมายาที่เคยรุ่งเรืองและมีความสำคัญสูงสุดทีเดียว อาณาบริเวณกินพื้นที่ถึง 200 ตารางกิโลเมตร เคยมีพลเมืองอาศัยถึงหนึ่งแสนคน ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่กว่า Belize City เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเบลิซในปัจจุบันเสียอีก!

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

วันหนึ่งในฤดูร้อนฉันเกิดอยากเดินเขาแบบขอวิวสวยมากๆ เอาแบบมีทะเลสาบและมีต้นไม้หนาๆด้วยจะได้ไม่ร้อน แต่ขอไม่ไกลบ้าน และต้องเป็นที่ที่ยังไม่เคยไปด้วย พอเปรยๆเงื่อนไขความต้องการแบบไม่คาดหวังว่าจะเป็นไปได้ คุณสามีก็คว้าโทรศัพท์มาจิ้มๆแล้วบอกว่า จะพาไปเดินเขาเลียบทะเลสาบ Walensee เช็คอากาศแล้ว เสาร์อาทิตย์แดดจ้าฟ้าสว่าง ขับรถไปจากบ้านครึ่งชั่วโมงนิดๆเท่านั้น รับรองทุกอย่างตรงตามที่คุณขอมา ยกเว้นแต่ว่า...เดินโหดนิดนะ ใส่รองเท้าเดินเขาแบบหุ้มข้อดีๆไป และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเดิน 3-4 ชั่วโมง

สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เป็นเมืองหนึ่งที่ฉันค่อนข้างชอบเลยทีเดียวถ้าเทียบกับเมืองในสแกนดิเนเวียอื่นๆ การแวะมาครั้งนี้เป็นการนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีเพราะโควิด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการเจาะเที่ยวชมอะไรเป็นพิเศษเพราะฉันและเพื่อนเคยเที่ยวมาเกือบหมดแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการเดินเที่ยวเมืองแล้วคุยกันไปเรื่อยๆ ชมบรรยากาศ ชมสถาปัตยกรรม หาของอร่อยกินกัน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

ปี 1988 ระหว่างปิดเทอมมหาวิทยาลัยปีหนึ่งขึ้นปีสอง ฉันได้ไปเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนที่เมืองออกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษ ช่วงวัยรุ่นฉันฟังเพลงฝรั่งเยอะมากและติดตามเอาจริงเอาจัง ยุค 80s คือยุคที่เพลงป็อปเบ่งบานและสวยงามอย่างไม่มียุคใดเหมือน โดยเฉพาะป๊อปฝั่งอังกฤษนั้นเฟื่องฟูเสนาะหูอย่างที่สุด การที่ได้ไปอยู่อังกฤษในช่วงกลางศตวรรษ 80s นั้นจึงเป็นความสุขและเป็นโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของฉัน ที่ได้ซึมซับดนตรีคุณภาพและเป็นพื้นฐานที่ติดตัวมาตลอด และโชคสองชั้นที่ได้มาในฤดูร้อนปี 1988 นั้นก็คือการได้ไปชมคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้จนทุกวันนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

สวิตเซอร์แลนด์มีพลเมืองประมาณ 9 ล้านคน เป็นประเทศที่เป็นกลางไม่รบกับใคร ศึกครั้งสุดท้ายเกิดเมื่อ 150 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัยนโปเลียน จากนั้นก็ไม่เคยจะต้องรบป้องกันประเทศอะไรอีกเลย แต่เชื่อไหมว่า สวิตฯทั้งประเทศมีหลุมหลบภัยอยู่ถึง 300,000 กว่าหลุม เพียงพอที่จะให้พลเมืองทั้งประเทศเข้าไปหลบอยู่ทีเดียว จึงนับว่าเป็นประเทศที่มีสัดส่วนของหลุมหลบภัยต่อประชากรสูงที่สุดในโลก!

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย