Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

มันเริ่มขึ้นที่ “ถั่ว” แต่จบลงที่ฉันเกือบบ้า(แบบยังพอขำได้อยู่) เรื่องของเรื่องคือว่า จู่ๆฉันก็เกิดอาการแพ้ถั่วขึ้นมาเมื่ออายุสามสิบกว่า แล้วความรุนแรงนี่คือจากศูนย์ คือกินถั่วได้ไม่เป็นอะไร อยู่ดีๆพอจะแพ้ขึ้นมาก็เป็นระดับเกือบตายเลยในครั้งเดียว หลังจากที่รู้ตัวว่าแพ้ถั่วไม่นานฉันก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปอินเดียบ่อย รู้ๆกันอยู่ว่าอาหารแขกใส่ถั่วเยอะขนาดไหน แต่ที่น่ากลัวกว่าคือแขกไม่รู้จักไม่เคยได้ยินโรคแพ้ถั่ว ไม่เข้าใจว่ามันเป็นการแพ้อาหารที่อันตรายรุนแรงที่สุดในบรรดาแพ้อาหารทั้งปวง

มือง Nuremberg หรือ Nürnberg ในภาษาเยอรมัน คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากมิวนิค ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ฉันรู้จักเมืองนี้ครั้งแรกก็ด้วยชื่อเสียงของเขาเกี่ยวกับไส้กรอก เขามีไส้กรอกประจำเมืองเป็นแบบสีขาวและใช้ต้มแทนการย่างหรือทอด แต่เมืองนี้มีความน่าสนใจมากกว่าแค่ไส้กรอก เขาเคยรุ่งเรืองมากเมื่อ 500 กว่าปีมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตึกรามบ้านช่องในเมืองถูกทำลายไปถึง 90%

มีเมืองเล็กแฝดแห่งหนึ่งที่มีความแปลกประหลาดไม่เหมือนเมืองอื่นใด เมืองแฝดนี้ชื่อว่า Baarle-Nassau ของประเทศเนเธอร์แลนด์และ Baarle-Hertog ของเบลเยี่ยม สองเมืองนี้อยู่ “ติด” กัน และผสมกลมกลืนกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองเดียวกัน เพราะว่าความพิเศษก็คือ สองเมืองนี้เป็น Enclaves หรือดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศที่เข้าไปอยู่เป็นไข่แดงตรงกลางของประเทศอื่น ในกรณีนี้ก็คือ Baarle-Nassau ของเนเธอร์แลนด์มีดินแดนไข่แดง 7 ฟองอยู่ในพื้นที่ของเบลเยี่ยม และ Baarle-Hertog ของเบลเยี่ยมก็มีไข่แดง 22 ฟองอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ด้วยความที่เป็นไข่แดงของกันและกันแบบนี้ ในเมืองทั้งสองแห่งนี้จึงมีเส้นประบอกการแบ่งพรมแดนอยู่ทั่วไปทั้งเมือง

Dresden เป็นเมืองหลวงของรัฐ Saxony ทางเยอรมนีตะวันออก มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จัดเป็นอันดับที่ 4 ของเยอรมนีทีเดียว แต่มีพลเมืองน้อยกว่า Leipzig ในรัฐเดียวกัน สมัยก่อนมีความสำคัญมาก เคยเป็นเมืองหลวงและที่พำนักของบรรดากษัตริย์ จึงมีความโอ่อ่าหรูหราอยู่มากในแง่สถาปัตยกรรม สถานที่สำคัญ รวมทั้งงานศิลปะและทรัพย์สมบัติของแผ่นดินทั้งหลายที่ปัจจุบันแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ บรรดาตึกรามอาคารสำคัญนั้นมีทั้งสไตล์ Baroque และ Rococo อันโก้หรู เดรสเดนจึงได้ชื่อเล่นว่าเป็นดัง “Jewel Box” หรือกล่องอัญมณีของเยอรมนี

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

ใครที่คิดว่าสวิตฯอยู่บนเขาแล้วไม่มีชายหาด เข้าใจผิดแล้วค่ะ ถ้าไม่เชื่อลองมาดูกันว่ามันเป็นอะไรอย่างไรกัน เส้นทางเดิน hiking จาก  Prau la Selva ไป Il Spir ระยะทาง8 กิโลเมตรใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดแปร๋น Caumasee นั่นคือตัวอย่างหนึ่งของทะเลและหาดทรายของคนสวิสนั่นเอง

หมู่บ้านน่ารักแบบในนิทานนี่มีซุกซ่อนอยู่มากมายจริงๆในสวิตเซอร์แลนด์ ไม่รู้อีกกี่ปีจึงจะได้ไปเยือนจนครบ ไปเที่ยวคันโตน Valais หรือ Wallis คราวนี้ฉันตั้งใจไปสำรวจหมู่บ้านจิ๋วที่ชื่อว่า Grimentz โดยเฉพาะ เราต้องขับรถคดเคี้ยวเข้าไปในหุบเขาระหว่างภูเขาที่ขนาบสองด้าน วกวนและสูงขึ้นไปเรื่อยๆเหมือนกับกำลังเจาะเข้าไปในดินแดนลึกลับ

หน้าหนาวปีนี้หิมะน้อยมากๆ ปีที่แล้วฉันยังติดใจการเดิน Winter hike อยู่แต่ปีนี้กลับไม่ได้ไปเดินเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ก็เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วหิมะจะไม่เหลืออยู่แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงหาที่ไปเดินเสียหน่อย เราขับรถจากบ้านไป 1 ชั่วโมงก็ถึง Melchsee-Frutt ทั้งๆที่ใกล้ขนาดนี้กลับไม่เคยไปเลย ระหว่างทางทิวทัศน์ภูเขามีแต่สีน้ำตาลไม่มีความขาวเลย ยังนึกว่าจะมีหิมะเหลืออย่างที่ดูจากกล้องมาแล้วจริงหรือ

จุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคยได้เริ่มขึ้นแล้ว กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 ต้องบินไปทำงานที่ฮ่องกงโดยบินออกจากซูริค แวะเปลี่ยนเครื่องที่สต็อคโฮม ด้วยสายการบิน SAS จึงเป็นที่มาของจุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคย แต่ก็นึกสนุกดีที่จะได้ทดสอบเส้นทางใหม่ๆ สนามบินใหม่ๆ และสายการบินที่ไม่ได้บินมานานมากๆแล้ว เลยคิดว่ารีวิวเล็กๆมาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย