Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

“Easter Island” ชื่อที่กัปตันชาวดัทช์ตั้งเนื่องจากแล่นเรือมาขึ้นฝั่งฉลองวันอีสเตอร์พอดีในปี 1722 หรือที่ชาวเกาะเรียกในภาษาถิ่นว่า “Rapa Nui”  หรือ “Isla de Pascua” ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่ไกลปืนเที่ยงที่สุดในโลก  หรือฝรั่งให้สมญาว่าเป็น The Remotest Island ราปานุยจึงเสมือนเกาะที่ตัดขาดจากโลกภายนอก แม้ในปัจจุบันก็ยังมีคนไม่มากที่เคยไปเยือนราปานุย  เพราะทั้งไกลและแพงกว่าจะไปถึง  ดังนั้นการบุกบั่นดั้นด้นไปถึงราปานุยจึงเป็นอีกหนึ่งฝันอันกลายเป็นจริงของฉัน  และที่พิเศษถูกจริตฉันเป็นที่สุดก็เพราะราปานุยเป็นเกาะที่มีความลับที่ยังไม่ถูกไขออก  ด้วยมีหุ่นหินรูปคนครึ่งตัวขนาดมหึมาสูงเฉลี่ย 6 เมตรยืนเรียงรายริมฝั่งทะเลอย่างไม่มีที่ใดเหมือน เรียกว่า “โมไอ” (Moai) ไม่มีใครรู้ว่าใครทำขึ้น ทำไมมีมากมายถึงร่วม 1000 ตัวบนเกาะ

แคว้น Puglia อันตั้งอยู่ตำแหน่งส้นรองเท้าบูทของอิตาลีนี้มีชายฝั่งทางทิศตะวันออกยาวติดทะเล Adriatic ฉันได้ข่าวว่าทะเลทางนี้สวยใช้ได้ทีเดียว เมื่อวางแผนมาเที่ยวที่แคว้นนี้จึงปักหมุดเอาไว้หลายเมือง ทั้งเมืองริมทะเลและเมืองมรดกโลกที่มีสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวไม่เหมือนที่ใดในโลก

ที่โมนาโคนี้มีพิพิธภัณฑ์ทางทะเลอยู่หนึ่งแห่งคือ Musée Océanographique หรือThe Oceanographic Museum พอฉันรู้ว่า Jacques Cousteau นักดำน้ำ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ช่างภาพใต้น้ำ ผู้เชี่ยวชาญในทุกสิ่งอันเกี่ยวกับสมุทรศาสตร์ เคยเป็นไดเรคเตอร์อยู่ 30 กว่าปีจึงเนื้อเต้นอยากจะไปชมขึ้นมาเลยเชียว และถือเป็นการเที่ยวแบบทูอินวันเพราะได้ชมทั้งโลกใต้น้ำและสถาปัตยกรรมที่งามยิ่งของโมนาโค

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ใครๆมักจะถามฉันประจำคือ “ไปมาร่วมหกสิบประเทศแล้ว มีที่ไหนอีกไหมที่ฝันว่าจะต้องไปให้ถึงอีก” มีสิคะ หลายที่ด้วย หนึ่งในท็อปลิสต์ฝันอันสูงสุดที่ฉันตอบโดยไม่คิดคือ “ไปเดินบุกป่าดูกอริลล่าแบบในหนังกอริลล่าอินเดอะมิสต์ที่รอยต่อสามประเทศคือรวันดา อูกันดา และคองโก”

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

วันนี้จะเขียนรีวิวเรื่องสกีที่ Val d'Isere และ Tignes ในฝรั่งเศส เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยนิยมสกีมากขึ้น จะได้เป็นข้อมูลไว้เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆค่ะ

หน้าร้อนที่สวิตเซอร์แลนด์คือช่วงเวลาที่ฉันจะออกตะลุยเดินเขา เพราะติดใจเขาเขียวฟ้าครามทะเลสาบเทอร์ควอยซ์ ทุกสุดสัปดาห์จึงต้องหาเส้นทางใหม่ๆเร้าใจเดินชมธรรมชาติ และเส้นทางที่ฉันหมายมั่นปั้นมือรอที่สุดของซัมเมอร์ 2018 นี้คือ Pizol 5-lake hike หนึ่งในที่สุดของเส้นทางเดินเขาแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์

ช่วงนี้คนมาเยี่ยมที่ซูริคเยอะมากๆ แต่ละคนก็ขอให้พาไปกินของอร่อย ซึ่งฉันก็จะต้องคิดๆๆๆหนักทุกครั้งเพราะจะต้องจัดให้ถูกปากคนที่มา เหมาะกับอายุ ขนาดกลุ่ม ฤดูกาล งบประมาณ ฯลฯ คือต้องให้ถูกจริตไปทุกแง่มุมเพื่อที่จะกลับไปอย่างประทับใจ คนมาเที่ยวก็ต้องอยากได้ความทรงจำที่ดีกลับไป จึงคิดว่าถึงเวลารวบรวมโพยร้านอาหารและบาร์ตามความเหมาะสมของกลุ่มและความต้องการต่างๆสักที คราวหน้าใครมาก็เปิดโพยเลือกได้เลย

จุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคยได้เริ่มขึ้นแล้ว กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 ต้องบินไปทำงานที่ฮ่องกงโดยบินออกจากซูริค แวะเปลี่ยนเครื่องที่สต็อคโฮม ด้วยสายการบิน SAS จึงเป็นที่มาของจุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคย แต่ก็นึกสนุกดีที่จะได้ทดสอบเส้นทางใหม่ๆ สนามบินใหม่ๆ และสายการบินที่ไม่ได้บินมานานมากๆแล้ว เลยคิดว่ารีวิวเล็กๆมาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย