Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

วันที่ 2 บน Fairy Meadows เป็นวันของทริปเดินเขาทั้งวัน จากหมู่บ้านเราเดินต่อไปกันอีกร่วม 6 ชั่วโมง ไปกลับก็ประมาณ 20 กิโลเมตรโดยใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมงถึง Biyal Camp ที่เราจะย้อนมากินอาหารกลางวันกัน บริเวณนี้มีบ้านไม้หลายหลังกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณกว้าง เป็นที่พักด้วย และมีบ้านชาวบ้านพร้อมคอกสัตว์อยู่ด้วย จากจุดนี้เดินอีกเกือบชั่วโมงก็ถึง The View Point เป็นจุดชมวิวที่ได้เห็นเทือกเขา Nanga Parbat อย่างชัดเจน และเห็นธารน้ำแข็ง Raigot Glacier อย่างใกล้ชิด

ผ่านมาถึง 6 ตอน และพาชมมรดกโลกมาหลายแห่ง อย่าเพิ่งคิดว่าโรมาเนียหมดของดีแล้ว มรดกโลกของโรมาเนียยังมีอีก ที่ฉันได้ไปชมจนฉ่ำใจอีกคือ The painted monasteries of Moldavia ที่อยู่ทางใต้ของ Bucovina เป็นกลุ่มโบสถ์และวิหารทั้งหมดรวม 8 แห่ง ซึ่งมี Fresco จิตรกรรมฝาผนังทาสีบนปูนเป็นเรื่องราวจากไบเบิ้ล สวยงามจนได้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO ของโรมาเนียอีกอย่างสมควรเป็นที่สุด

Tulum ชื่อนี้หมายมั่นปั้นมือเอาไว้นับ 10 ปีแล้วว่าจะต้องมาดูให้รู้ให้เห็นให้ได้ ก็เขาว่ามันเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลของเม็กซิโกที่เกิดใหม่ จากหาดดิบๆไม่มีอะไร กลายมาเป็นศูนย์รวมของความฮิปเก๋ชนิดที่เอลิสต์ทั้งหลายต้องมากัน

สุดสัปดาห์สองวันหนึ่งคืนเราไปพักผ่อนแบบง่ายๆ สบายๆ ในบรรยากาศธรรมชาติกันที่ออสเตรียตามวิถีของคนยุโรปแถวนี้ จากซูริคขับรถไปเพียงสองชั่วโมงก็ถึงเมืองเล็กๆ ในชนบทของออสเตรียทางตะวันตกที่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

เที่ยวยุโรปโดยการขับรถเองนี่นับว่าโรแมนติกมาก และยังสะดวกในการสำรวจเส้นทางสวยๆสายเล็กๆ เลียบทะเลสาบ ไต่ขึ้นยอดเขา อยากหยุดตรงไหนก็หยุดที่เห็นวิวสวย แถมถนนหนทางดี ปลอดภัย แต่ก็มีเรื่องควรรู้ควรระวังสำหรับคนที่ไม่ชินกับการขับรถในยุโรป ไม่ใช่เพราะขับยากหรืออะไร แต่เป็นเรื่องกฎกติกามารยาท เพราะค่าปรับแพงมากจนบางคนกลับบ้านไปแล้วเจอใบสั่งตามมา ต้องร้องไห้โอดเลยว่า ค่าปรับเกือบเท่าค่าตั๋วเครื่องบิน!

มาโบโลญญ่าคราวนี้มากับเพื่อนซึ่งเป็นสายกินตัวแม่และมาเจอเจ้าถิ่นซึ่งเป็นสายกินตัวแม่อีกเช่นกัน แล้วจะเหลือหรือ จัดหนักทุกวันจนตัวเกือบแตกเลยเชียว มื้อเย็นต้องมีสองรอบตามแบบฉบับอิตาเลียน คือเริ่มด้วย Aperitivo มื้อดื่มพร้อมแกล้มอาหารเบาๆเช่นชีส และ Cold cut ตอนสักหนึ่งทุ่ม แล้วก็ต่อมื้อเย็นตอนสองทุ่มครึ่งหรือสามทุ่ม ลากยาวจนถึงเกือบเที่ยงคืนทุกวัน นอนทั้งที่อิ่มๆ ผิดหลักสุขศึกษาเป็นที่สุด แต่นี่คืออิตาลี เราก็ต้อง Do in Rome as the Roman do. ค่ะ!

มือง Nuremberg หรือ Nürnberg ในภาษาเยอรมัน คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากมิวนิค ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ฉันรู้จักเมืองนี้ครั้งแรกก็ด้วยชื่อเสียงของเขาเกี่ยวกับไส้กรอก เขามีไส้กรอกประจำเมืองเป็นแบบสีขาวและใช้ต้มแทนการย่างหรือทอด แต่เมืองนี้มีความน่าสนใจมากกว่าแค่ไส้กรอก เขาเคยรุ่งเรืองมากเมื่อ 500 กว่าปีมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตึกรามบ้านช่องในเมืองถูกทำลายไปถึง 90%

รูปลำธารสีฟ้าใสไหลผ่านทุ่งหญ้าสีเขียว และมีภูเขายอดแหลมเป็นแบคกราวน์อยู่ข้างหลังนี้ เป็นรูปที่นักเดินทางถามหากันมากว่ามันอยู่ตรงไหนของสวิตเซอร์แลนด์กันนะ และภูเขานั้นมันชื่ออะไร มันช่างสวยเหลือเกิน สวยอย่างกับสวรรค์ อยากจะไปเห็น แต่หลายคนก็หาไม่เจอมันอยู่ตรงไหนกันแน่ วันนี้ฉันจะบอกพิกัดชัดๆให้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน รับรองว่ามันมีอยู่จริง!

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย