Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

ประเทศหนึ่งที่ฉันใฝ่ฝันอยากจะมาเยือนมากๆ แต่ก็ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตัดสินใจมา กว่าจะพร้อม ด้วยความกลัวลำบาก กลัวเรื่องความปลอดภัย และในที่สุดเมื่อปัจจัยหลายอย่างลงตัวจึงได้มา และก็อยากกลับไปอีก เพราะทริป 11 วันที่ว่าลุยเจาะลึกแล้วนั้น ก็ยังได้ไปเห็นไม่เท่าที่อยากเห็น ด้วยประเทศนี้นั้นช่างมีความหลากหลาย และมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่ไม่มีทางชื่นชมได้ครบถ้วนเลยไม่กี่วัน และนั่นก็คือปากีสถานนั่นเอง

อันประตูที่เรียกกันว่า The Door of the Devil แห่งตูรินนี้ เป็นประตูไม้หนาหนักแกะสลักสวยงามสำหรับเปิดเข้าไปในตึกซึ่งปัจจุบันเป็นธนาคาร Banca Nazionale del Lavoro ตรงกลางประตูมีโลหะหล่อเป็นห่วงสำหรับเคาะประตูแบบบ้านฝรั่งทั่วไป แต่เจ้ารูปหล่อโลหะนี่แหละ มันเป็นรูปใบหน้าของปีศาจ มีเขา คิ้วขมวด ตาเขม็ง ตรงปากมีงู 2 ตัวออกมาขดเป็นวงม้วนงับกันกลายเป็นห่วงสำหรับเคาะประตู

ชีวิตนี้เคยไปเที่ยวเวนิซทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ครั้งที่สอง 5 ปีที่แล้วและสุดท้ายก็คือเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ครั้งแรกก็ไปชมจุดสำคัญที่ต้องเช็กอินทุกอย่างเหมือนกับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครั้งแรกทั้งหลาย แต่ที่ประทับใจกว่าคือสองครั้งหลังที่ได้กลับไปอีก เพราะทั้งสองครั้งหลังนี้ได้เข้าชม Biennale งานแสดงศิลปะที่โด่งดังระดับโลกของเวนิซ จัดทุกๆสองปีและมีต่อเนื่องยาวหลายเดือน แทบทุกประเทศในโลกต้องส่งผลงานศิลปินมาจัดแสดงกันอย่างอลังการไม่ให้น้อยหน้ากัน

เช้าตรู่เมื่อหมอกยังไม่จางดี  ที่ร้านกาแฟสดในปั๊มน้ำมันบนทางหลวงหมายเลขหนึ่ง  เลยตัวเมืองกำแพงเพชรมาไม่ไกล  ลุงชงกาแฟไปพลางเมียงมองมายังรถโฟร์วีลไดรฟว์ของเราที่บรรทุกข้าวของเครื่องใช้และเสบียงเพียบ  แล้วถามด้วยเสียงเปี่ยมความสงสัยว่า “จะไปเที่ยวไหน  ของเต็มรถขนาดนี้” คนขับมือหนึ่งของฉันตอบลงเสียงหนักแน่นหากอมยิ้มว่า “บอกไปก็ไม่เชื่อ” ลุงอึ้งไปนิดหนึ่งด้วยคำตอบที่คาดไม่ถึง  และคงประมาณไม่ถูกด้วยว่า  คำตอบนั้นเป็นมุกหรือเปล่า  แต่ความอยากรู้คงมีมากกว่า  ลุงจึงแหย่หาคำตอบต่อ “เชื่อ...บอกมาเถ้อะ....” “จะขับรถไป...ทิเบต....”

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

ใครๆชอบถามว่าไปสรรหาโรงแรมเก๋แปลกๆมาจากไหน  แม้แต่สามียังถามว่า  ยูไปรู้จักโรงแรมพวกนี้ได้ยังไงเนี่ย  ถ้าเป็นไอคงเข้าไปกดใน Tripadvisor โรงแรมไหนขึ้นมาต้นๆก็คงจองอันนั้นไปเลย  ว้ายไม่ได้ค่ะไม่ได้  แบบนั้นไม่ใช่ลิสต์แบบเหนือฟ้า วันนี้เลยขอเผยโผแบบไม่กั๊กเสียเลย

เส้นทางคดเคี้ยวหักศอกหลายทบที่พับผ่านไปบนภูเขาสูงระหว่างคันโตน Bern และ Valais ของสวิตเซอร์แลนด์นี้ มีชื่อเรียกกันว่า Grimselpass ในหน้าหนาวเส้นทางนี้จะถูกตัดขาดด้วยหิมะ แต่ในหน้าร้อนจะเป็นที่ท่องเที่ยวชมวิวและเดินเขาของคนในสวิตฯอันเป็นที่นิยมแห่งหนึ่ง ด้วยความสวยงามและสารพัดกิจกรรมทัวร์ที่มีให้เลือกชมได้ทั้งครอบครัว

จุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคยได้เริ่มขึ้นแล้ว กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 ต้องบินไปทำงานที่ฮ่องกงโดยบินออกจากซูริค แวะเปลี่ยนเครื่องที่สต็อคโฮม ด้วยสายการบิน SAS จึงเป็นที่มาของจุดหมายไม่แปลกแต่เส้นทางไม่คุ้นเคย แต่ก็นึกสนุกดีที่จะได้ทดสอบเส้นทางใหม่ๆ สนามบินใหม่ๆ และสายการบินที่ไม่ได้บินมานานมากๆแล้ว เลยคิดว่ารีวิวเล็กๆมาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

เรื่องค้นพบเพชรในตมหรือ Hidden gem นี่หละฉันชอบนักเชียว ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยว โรงแรมร้านอาหาร หรือสถานที่เก๋ไก๋ใดๆ แล้วเมื่อวันก่อนก็ได้ค้นพบเพชรที่ถูกซ่อนไว้อยู่ 1 เม็ด ที่ไม่น่าเชื่อคือมันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง ในหมู่บ้านที่แสนจะบ้านนอกชานเมืองซูริก และปรากฏว่าเขาเป็น Bib Gourmand ของมิชลินทีเดียว

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย