Home

เรื่องยาวอ่านสนุก

อยู่ดีๆมีทริปงอกให้ได้ไปนอนเล่นที่ทะเลสาบ Como หนึ่งคืน ไหนๆก็ไปมาหลายครั้งแล้ว คราวนี้ไปชมอะไรที่ไม่เคยไปดีกว่า เช่น หมู่บ้าน Torno เมือง Lecco พร้อมไปหาอะไรอร่อยๆทาน และไปเที่ยวซ้ำที่หมู่บ้าน Bellagio อันโด่งดัง

มันเริ่มขึ้นที่ “ถั่ว” แต่จบลงที่ฉันเกือบบ้า(แบบยังพอขำได้อยู่) เรื่องของเรื่องคือว่า จู่ๆฉันก็เกิดอาการแพ้ถั่วขึ้นมาเมื่ออายุสามสิบกว่า แล้วความรุนแรงนี่คือจากศูนย์ คือกินถั่วได้ไม่เป็นอะไร อยู่ดีๆพอจะแพ้ขึ้นมาก็เป็นระดับเกือบตายเลยในครั้งเดียว หลังจากที่รู้ตัวว่าแพ้ถั่วไม่นานฉันก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปอินเดียบ่อย รู้ๆกันอยู่ว่าอาหารแขกใส่ถั่วเยอะขนาดไหน แต่ที่น่ากลัวกว่าคือแขกไม่รู้จักไม่เคยได้ยินโรคแพ้ถั่ว ไม่เข้าใจว่ามันเป็นการแพ้อาหารที่อันตรายรุนแรงที่สุดในบรรดาแพ้อาหารทั้งปวง

มีเมืองเล็กแฝดแห่งหนึ่งที่มีความแปลกประหลาดไม่เหมือนเมืองอื่นใด เมืองแฝดนี้ชื่อว่า Baarle-Nassau ของประเทศเนเธอร์แลนด์และ Baarle-Hertog ของเบลเยี่ยม สองเมืองนี้อยู่ “ติด” กัน และผสมกลมกลืนกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองเดียวกัน เพราะว่าความพิเศษก็คือ สองเมืองนี้เป็น Enclaves หรือดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศที่เข้าไปอยู่เป็นไข่แดงตรงกลางของประเทศอื่น ในกรณีนี้ก็คือ Baarle-Nassau ของเนเธอร์แลนด์มีดินแดนไข่แดง 7 ฟองอยู่ในพื้นที่ของเบลเยี่ยม และ Baarle-Hertog ของเบลเยี่ยมก็มีไข่แดง 22 ฟองอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ด้วยความที่เป็นไข่แดงของกันและกันแบบนี้ ในเมืองทั้งสองแห่งนี้จึงมีเส้นประบอกการแบ่งพรมแดนอยู่ทั่วไปทั้งเมือง

ฝรั่งเศสมีเมืองเล็กน่ารักอยู่เต็มไปหมดทั่วประเทศ ไหนๆก็เล่าถึงเมืองแอซแถวเฟร้นช์ริเวียร่าไปแล้ว ขอแนะนำเมืองน่ารักอีกเมืองไม่ไกลจากริเวียร่าเลยแล้วกัน เมือง Saint Paul de Vence ตั้งอยู่บนเขาหินทั้งลูกเหมือนกัน และเป็นเมืองเก่าจากยุคกลาง มีร้านอาหารคาเฟ่มากมายเต็มไปหมด แต่ละร้านน่านั่งทั้งนั้น มีขนาดเล็กเดินชมได้ทั่วใน 2-3 ชั่วโมง

เรื่องสั้นๆ และเกร็ด

โรงแรมที่ฉันพักเมื่อคืนน่าจะเป็นโรงแรมที่ประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งที่เคยนอนมาเลยทีเดียว ชื่อของโรงแรมคือ Null Stern Hotel แปลเป็นไทยว่า โรงแรมที่มีศูนย์ดาว หรือโรงแรมที่ไม่มีดาว เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีผนัง ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเพดาน มีแต่เตียงตั้งอยู่กลางแจ้งโล่งๆโดดเดี่ยว ถ้าจะให้คะแนนเป็นดาวกันก็คงเป็นศูนย์แน่นอน แต่เป็นเตียงที่นอนแล้วรับรองได้ว่าเห็นดาวเป็นล้านดวงเลย

ส่วนตัวแล้วอาหารชาติที่ฉันชอบมากที่สุดคืออาหารอิตาเลียน ทั้งชอบทานและชอบทำทานเป็นประจำ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องชิม แต่ต้องบอกเลยว่าความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารอิตาเลียนนี้มันช่างมีมากมาย จนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ถึงจะรู้และเข้าใจจนหมด เพราะแต่ละแคว้นก็มีจานเด็ดเฉพาะของตัวเอง ไหนๆเพิ่งไป Turin และ Aosta มาตั้งเกือบหนึ่งสัปดาห์ วันนี้จึงขอขอเล่าให้ฟังเรื่องอาหารอิตาเลียนจากแคว้น Piedmont ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารอิตาเลียนที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ที่สุด

วันนี้ฉันมีเส้นทางเดินเขาใหม่จะมาอวด เส้นนี้เดินไม่ยากเลย แต่ต้องรอหน้าร้อนอากาศดีจริงๆ เท่านั้น เพราะอยู่สูงขึ้นไปบนภูเขา และบนนั้นมีทะเลสาบจิ๋วน่ารักซ่อนอยู่ โอ้ย..ขึ้นไปเห็นแล้วหายเหนื่อยเลย

ฉันอยู่สวิตเซอร์แลนด์มา 12 ปี เที่ยวมาก็เยอะ ถ้าถามว่าชอบภาคไหนของสวิตฯที่สุด ตอบได้ไม่ลังเลเลยว่า คือคันโตน Ticino ทางใต้ที่พูดภาษาอิตาเลี่ยนนั่นเอง ถ้ามีโอกาสฉันจึงพยายามไปเที่ยวภาคนี้ อย่างเช่นทริปที่ได้ไปเจาะลึกเที่ยวในบริเวณหุบเขา Vallemaggia มา

เรื่องเป็นตอนๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด วันนี้ฉันร้องออกมาดังแบบนี้เลยตอนเดินอยู่ใน“สุสาน” เมื่อเย็นตอนเขียนนี่ยังตื่นเต้นไม่หายอยู่เลยเชียว แต่เปล่าๆ ฉันไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

หลายสำนักจัดให้เมืองซูริคและเจนีวาติดอันดีบ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายปีติดกัน ทำให้สวิตฯเป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดไปโดยปริยาย แต่เชื่อหรือไม่ หลายคนที่อยู่ที่นี่บอกว่าไม่จริง อ้าวมันเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งก็เหมือนจะมีเรื่องอันบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบางทีต้องมานั่งฉงนใจว่ามันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ หรือว่าเหตุการณ์นั้นแท้จริงแล้วหาได้เป็นเรื่องบังเอิญไม่ แต่แท้จริงมันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์สำคัญ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า มันไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญเลย

ตามหาเพื่อนผ่านเฟสบุคเมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี “เวลา”คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงของเพื่อนสวิสของฉันคนนี้ ว่าเที่ยงตรงแม่นยำไม่ต่างจากนาฬิกาสวิสที่เที่ยงตรงและคงทนที่สุดในโลกเลย